บ้านทิศไหนเย็นสบาย ประหยัดพลังงานมากที่สุด

บ้านทิศไหนเย็นสบาย ประหยัดพลังงานมากที่สุด

ในการเลือกซื้อบ้านสักหลัง สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณานอกจากราคาและทำเลแล้ว ยังต้องคำนึงถึง ทิศของบ้าน ที่มีผลต่อการรับแสงแดดและความร้อน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อความสบายในการอยู่อาศัย และการประหยัดพลังงานโดยเฉพาะในเมืองไทยที่มีอากาศร้อนเกือบทั้งปี การเลือกทิศบ้านที่ถูกต้องจะช่วยให้บ้านของคุณเย็นสบาย ประหยัดค่าไฟฟ้า และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักทิศต่างๆ พร้อมแนะนำทิศบ้านที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเมืองไทย ช่วยให้บ้านของคุณอยู่สบายและประหยัดพลังงานได้อย่างแท้จริง

ทำไมทิศของบ้านถึงสำคัญ?

ทิศทางของบ้านมีผลต่อการรับแดด ลม และความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านโดยตรง บ้านที่หันไปในทิศที่เหมาะสม จะช่วยให้บ้านได้รับลมธรรมชาติ ลดความร้อนที่สะสมภายในบ้าน และยังช่วยลดการใช้เครื่องปรับอากาศ ส่งผลให้ประหยัดค่าไฟฟ้าได้อย่างมากในระยะยาว

ทิศบ้านที่เหมาะสมและดีที่สุดสำหรับเมืองไทย

1. ทิศเหนือ (ดีที่สุด)

ทิศเหนือเป็นทิศที่เหมาะสมที่สุดสำหรับบ้านในเมืองไทย เพราะทิศเหนือจะได้รับแสงแดดน้อยที่สุดในช่วงกลางวัน บ้านที่หันไปทางทิศเหนือจึงเย็นสบายเกือบตลอดทั้งปี สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเปิดเครื่องปรับอากาศได้มากที่สุด

ข้อดี:

  • ได้รับแสงแดดน้อย ลดการสะสมความร้อนในบ้าน

  • ลมพัดผ่านได้ดีตลอดทั้งปี

เคล็ดลับ:

  • ออกแบบหน้าต่างให้มีขนาดใหญ่ทางทิศเหนือเพื่อรับลมธรรมชาติ

  • ปลูกต้นไม้ในบริเวณที่รับแสงแดดบ้างเล็กน้อยเพื่อช่วยให้บ้านเย็นยิ่งขึ้น

2. ทิศตะวันออก (เหมาะสม)

บ้านที่หันไปทางทิศตะวันออกจะได้รับแสงแดดอ่อนๆ ในช่วงเช้า ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการตื่นเช้ารับแดดอ่อน แต่ในช่วงบ่ายบ้านจะเย็นสบาย ไม่ร้อนอบอ้าว เพราะแสงแดดจะเคลื่อนไปทางทิศตะวันตกแทน

ข้อดี:

  • ได้รับแสงแดดอ่อนยามเช้า

  • บ้านเย็นสบายในช่วงบ่ายและเย็น

เคล็ดลับ:

  • ใช้มู่ลี่หรือผ้าม่านบางๆ ที่สามารถปรับแสงแดดในช่วงเช้าได้

  • หลีกเลี่ยงการมีหน้าต่างขนาดใหญ่ทางทิศตะวันออกเกินไป เพราะอาจรับแสงเช้าสะสมความร้อนได้

3. ทิศใต้ (พอเหมาะ)

ทิศใต้เป็นทิศที่ได้รับแสงแดดเกือบตลอดทั้งปี แต่ข้อดีคือมีลมธรรมชาติพัดผ่านได้ดี ทำให้ยังมีลมเย็นบ้าง อย่างไรก็ตาม บ้านทิศใต้จำเป็นต้องออกแบบให้มีการป้องกันแสงแดดอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันความร้อนสะสมในบ้าน

ข้อดี:

  • มีลมธรรมชาติพัดผ่านได้ดี

  • อากาศถ่ายเทสะดวก

เคล็ดลับ:

  • ติดตั้งกันสาดหรือชายคายื่นออกไปทางทิศใต้ เพื่อลดแสงแดดที่เข้าสู่ตัวบ้านโดยตรง

  • ปลูกต้นไม้ร่มเงาขนาดใหญ่บริเวณทิศใต้ เพื่อช่วยลดอุณหภูมิ

4. ทิศตะวันตก (ควรหลีกเลี่ยง)

ทิศตะวันตกเป็นทิศที่รับแสงแดดจัดและร้อนที่สุด โดยเฉพาะช่วงบ่ายถึงเย็น จึงไม่เหมาะที่จะเลือกเป็นหน้าบ้าน เพราะจะทำให้บ้านร้อนอบอ้าวมาก และทำให้ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศเกือบตลอดเวลา ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายพลังงานสูงมาก

ข้อเสีย:

  • ได้รับแสงแดดช่วงบ่ายถึงเย็นสะสมความร้อนสูง

  • ต้องใช้พลังงานไฟฟ้ามากเพื่อทำให้บ้านเย็น

เคล็ดลับ (ถ้าจำเป็นต้องอยู่บ้านทิศตะวันตก):

  • ติดตั้งฉนวนกันความร้อนที่หลังคาและผนัง

  • ใช้ฟิล์มกรองแสงหรือม่านบังแดดแบบทึบที่หน้าต่าง

  • ปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่บริเวณทิศตะวันตกเพื่อช่วยลดแสงแดดที่กระทบบ้านโดยตรง

เทคนิคการออกแบบบ้านให้เย็นสบายและประหยัดพลังงาน

นอกจากการเลือกทิศบ้านที่เหมาะสมแล้ว การออกแบบบ้านก็มีส่วนช่วยให้บ้านเย็นสบายและประหยัดพลังงานได้ดียิ่งขึ้น เช่น

  • การติดตั้งฉนวนกันความร้อนที่หลังคาและผนังบ้าน

  • เลือกใช้วัสดุหลังคาที่มีคุณสมบัติกันความร้อน เช่น หลังคาสีอ่อน หรือหลังคาเซรามิก

  • ออกแบบหน้าต่างและช่องลมให้มีการถ่ายเทอากาศที่ดี เพื่อลดความร้อนภายในบ้าน

  • เลือกใช้กระจกนิรภัยสะท้อนแสง หรือฟิล์มกรองแสงที่หน้าต่างเพื่อป้องกันแสงแดดและความร้อน

สรุป: เลือกทิศบ้านอย่างไรให้เย็นสบายและประหยัดพลังงาน

การเลือก บ้านที่หันไปทางทิศเหนือ เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเมืองไทย เพราะช่วยให้บ้านเย็นสบาย รับลมธรรมชาติได้ดี และประหยัดพลังงานมากที่สุด รองลงมาคือทิศตะวันออกที่ได้รับแสงแดดอ่อนในช่วงเช้า แต่ยังคงความเย็นสบายในช่วงบ่าย

ในทางกลับกัน ควรหลีกเลี่ยงบ้านทิศตะวันตก เพราะมีความร้อนสูงตลอดช่วงบ่าย ส่งผลให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเรื่องพลังงานมากขึ้น

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านใหม่ คุณควรพิจารณาเรื่องทิศบ้านอย่างละเอียด เพื่อให้บ้านของคุณมีบรรยากาศที่เย็นสบาย ประหยัดค่าไฟ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างแท้จริง